Jiraratchada's profile -·=»‡«=·- ♀♀ JOOß ♀♀ -·...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 26

    ความเหมือนที่แตกต่าง


     ความแตกต่างระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย
     
    ความแตกต่างระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย

              เรา...ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ
    แม้...มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใด
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง
      
              เรา...รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน
    แม้...เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหน
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งอาจารย์ 

              เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร
    แม้...โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

              เรา...เดินไปเรียนด้วยกัน
    แม้...ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหน
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน

              เรา...พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน
    แม้...ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหน
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน

              เรา...กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก
    แม้...บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน
     ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน 

              เรา...นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด
    แม้...ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
    ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน

              ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล
    ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน
     

    I belive In loVe

    It  you  love someone,
      put  their  name  in a  circle,
      instead  of  a  heart,
      because  hearts  can  break ,
     but   circles  go  on  forever.
     
    If  may  take  only  a  minute  to  like  someone,
     only  an  hour  to  have  a  crush  on  some 
    and  only  a  day  to  love  someone 
    but  it  will  take  a  lifetime  to  forget  someone.
     
    Yesterday is  the  history  tomorrow  is  a  mystery.
    Today  is  a  gift,that  is  why  it  is  called  the  present.
     
    จะรักใคร ถามใจตัวเองก่อนว่า Do you belive in love?

    ต้นไม้อยู่ไม่ได้ ถ้าขาดน้ำ
    นกอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดฟ้า
    มดอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดน้ำตาล
    ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดเธอ


    นี่เหละคือนิยามความรัก

    รักคือ มองไม่เห็น ส้มผัสได้ด้วยใจและตัวเอง
    คนที่เคยมีความรักเหมือนโลกเป็นสีชมพู
     รักดีอยู่บ้างทำให้เรามีลมหายใจอยู่มีชีวิตชีวาขึ้นมา
    แต่มีเรื่องไม่สบายใจขึ้นมาล่ะก็ เจ็บปวดและไม่อยากมีรักเลยหละ

    แต่มันก็สายเกินไปที่จะไม่มีรักเพราะทุกชีวิตต้องมีคนรัก
    จริงๆๆๆ รักคือ ความสุขที่หาอะไรมาวัดก็ไม่รู้ว่ารักมากแค่ไหน
    และคือความจำเป็นของคนๆ 1 ที่ได้รู้ว่ารักมาจากไหน

    เราไม่สามารถหาว่าตัวตนของคำว่ารัก ว่าผู้คิดค้นคือใคร แต่เราเป็นผู้ค้นมันเอง